จันทร์เจ้า

" นี่เป็นห้องของหนูตั้งแต่วันนี้แล้วนะ หญิงวัยกลางคนบอกและยิ้มให้กับเด็กหญิง มาทานอาหารกลางวันก่อนแล้วค่อยขึ้นมาจัดของก็ได้จ้ะ" ค่ะ คุณแม่ เด็กหญิงคนนั้นรับคำกับคนที่เรียกว่าแม่อุปถัมป์ของเธอ ห้องนอนนั้นมีขนาดไม่กว้างนัก มีเตียงนอนตั้งอยู่ทางซ้ายมือ เหนือเตียงมีโต๊ะหนังสือติดกับหน้าต่างแบบเลื่อนบานใหญ่ ฝั่งตรงข้ามเป็นตู้หนังสือขนาดใหญ่ของเจ้าของห้องเดิม เป็นห้องที่เด็กสาวอยู่ในตอนนี้เคยเป็นห้องของลูกชายของครอบครัวอุปถัมป์ที่เธอมาอาศัยอยู่ด้วยมาก่อน เมื่อเปิดหน้าต่างออกไปเป็นระเบียงดาดฟ้าที่เชื่อมห้องนอนทั้งสองห้องและห้องรับแขกเข้าด้วยกัน เมื่อมองลงไปจะเห็นสนามหญ้าเล็กๆ ถึงจะบอกว่าสวนมีขนาดเล็ก แต่จากคำบอกเล่าของสต้าฟที่ดูแลพวกนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เคยบอกไว้ว่าสำหรับประเทศที่ราคาที่ดินมีราคาสูงอย่างประเทศญี่ปุ่นแล้ว บ้านที่มีสวนเล็กแบบนี้ก็ถือว่ามีฐานะดีพอควรแล้ว หล่อนก็นึกดีใจที่ครอบครัวอุปถัมป์ที่ตัวเองมาอาศัยด้วยมีฐานะดีในระดับหนึ่งเหมือนกัน

ที่บ้านเรียกหนูว่าอย่างไรรึ คุณพ่อถามหลังจากที่ทานอาหารกลางวัน

ที่บ้านเรียกหนูว่าแนนค่ะ แต่คุณพ่อกับคุณแม่จะเรียกชื่อจริงของหนูก็ได้นะคะ แนนตอบผู้อุปการะทั้งสองของเธอ อย่างน้อยก็ออกเสียงเรียกง่ายกว่าการเรียกชื่อเล่นของฉันละน่า หล่อนนึก เพราะภาษาญี่ปุ่นไม่มีเสียงสระแอนี่นะ

ออกเสียงง่ายกว่าด้วยค่ะ แนนเสริม

งั้นก็เรียกว่า อริสา สินะ คุณแม่ถามอีกครั้ง

ค่ะ อริสาตอบท่าน เดี๋ยวหนูขอตัวขึ้นไปจัดของก่อนนะคะ เธอกล่าวขึ้นก่อนที่จะขยับเก้าอี้ให้เข้าที่ และออกจากห้องทานอาหารเพื่อขึ้นไปยังห้องนอน

*******************************************

วันนี้เป็นวันที่5 นับแต่แต่วันที่อริสาได้มาเหยียบผืนดินที่เรียกว่าญี่ปุ่นแล้ว แต่ก็เป็นวันแรกที่เธอได้พบหน้าครอบครัวอุปถัมป์เป็นวันแรก เพราะช่วง3วันแรกหลังจากที่พวกนักเรียนแลกเปลี่ยนจากไทยทั้ง39คนมาถึงสนามบินนาริตะ พวกนักเรียนก็แยกย้ายไปตามภูมิภาคต่างๆของญี่ปุ่น ซึ่งแบ่งออกเป็น 6 ภูมิภาคใหญ่ๆได้แก่ ฮอกไกโด คันโต คันไซ ชิโกกุ คิวชู และโอกินาว่า ส่วนอริสากับเพื่อนๆอีก6คนก็ได้มาอยู่ที่ค่ายที่ภูมิภาคคันไซ เพื่อพบกับเพื่อนคนอื่นๆที่มาจากประเทศต่างๆทั่วโลก มาพักร่วมกันเพื่ออบรมและแนะนำการอยู่ร่วมกับครอบครัวชาวญี่ปุ่นอย่างคร่าวๆ ช่วงนี้พี่ๆสต้าฟที่เป็นอาสาสมัครจะคิดกิจกรรมต่างๆขึ้นมาเพื่อ ละลายพฤติกรรม และสร้างความคุ้นเคยกันในหมู่เด็กๆจากหลายๆประเทศอีกด้วย ส่วนมากพี่สต้าฟเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจากโครงการเดียวกันนี่แหละ พวกนักเรียนทั้ง7คนมาอยู่รวมกันที่ส่วนย่อยภูมิภาคตะวันตกหรือแถบคันไซ แต่ถ้าจะให้พูดจริงๆแล้วก็ไม่น่าจะเรียกว่าแถบตะวันตกสักเท่าไรนักหรอก เพราะแถบคันไซก็ไม่ได้อยู่ทางตะวันตกของประเทศ เพียงแต่คันไซอยู่ทางทิศตะวันตกของโตเกียวแค่นั้นเองแท้ๆ แต่คนญี่ปุ่นก็เรียกภูมิภาคนี้ว่าแถบตะวันตกเสียแล้วล่ะ ซึ่งตัวของแนนเองก็ไม่เข้าใจความคิดของคนญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงๆ

ส่วนนักเรียนไทยที่มาอยู่ด้วยกันที่ค่ายนี้ก็มี แนน บิ้ก แบงค์ เฟิร์น ฝน แล้วก็พี่เมย์ พี่เมย์มาจากโรงเรียนเดียวกับแนน แต่ก็ไม่สนิทกันนัก และถ้านับจากอายุจริงแล้วล่ะก็มีแนนเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในกลุ่ม และน่าจะเรียกทุกคนว่าพี่ด้วยซ้ำไป แต่ด้วยความเคยชินจากตั้งแต่ตอนที่เข้าค่ายที่ไทยที่มักจะเรียกทุกคนโดยที่ไม่ได้เติมคำเรียก พี่ นอกจากการเรียกพวกรุ่นพี่ที่เคยไปต่างประเทศมาก่อนกับพี่ๆที่โรงเรียนเท่านั้น จะเรียกว่าติดนิสัยมาก็ได้ล่ะมั้ง

นี่ๆแนน นี่รูปใครน่ะ แฟนของแนนเหรอ เฟิร์นถามขึ้นตอนที่เอาอัลบั้มรูปออกมาดูกันในห้อง นิ้วของเธอชี้ไปที่รูปคู่ของแนนกับพี่ชายของหล่อนพี่นันท์

ไม่ใช่แฟนซักหน่อย นี่รูปพี่ชายฉันต่างหาก แนนตอบ แต่ท่าทางเฟิร์นคงไม่เชื่อ ก็ในรูปแนนกับพี่ชายกอดคอกันจนถ้าบอกว่าเป็นแฟนกันก็น่าเชื่อกว่าที่บอกว่าเป็นพี่น้องกันนี่นะ

เหรอ แนนคงสนิทกับพี่น่าดู เห็นตอนมาส่งท่าทางพี่เค้าเป็นห่วงแนนมากเลยนะ

ก็พี่เค้าคอยดูแลเรามาตลอดเวลาที่พ่อแม่ออกไปทำงานตั้งแต่เด็กๆแล้ว พี่เขาเลยเป็นห่วงเราเกินเหตุนะสิ แต่ตอนนี้พี่นันท์เค้าเรียนมหาลัยเลยต้องไปอยู่หอ เราเลยไม่ค่อยได้เจอเขาบ่อยเท่าเมื่อก่อนแล้วล่ะ พี่เมย์ที่นั่งฟังอยู่เงียบๆก็เอ่ยอะไรบางอย่างขึ้นได้

" นี่พวกเรามาถ่ายรูปด้วยกันมั้ย พี่เมย์เอ่ยชวนพวกฉัน พลางค้นกระเป๋าหากล้องถ่ายรูปออกมา

ดีๆ เฟิร์นตอบทันที เดี๋ยวเราไปตามพวกผู้ชายมาถ่ายรูปด้วยกันด้วยดีมั้ย

" เอาสิ งั้นไปเจอกันที่ห้องนั่งเล่นด้านหน้านะ พี่เมย์นัดแนะที่หมาย

" รอเราด้วยสิ เฟิร์น แนนร้องเรียกให้เฟิร์นรอฉัน ขอเราหยิบกล้องก่อนนะ

**********************************************************

เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้หลุดจากภวังค์ ฉันละมือจากการจัดของและเปิดประตูห้อง

" อริสา ยุ่งอยู่รึเปล่าจ้ะ คุณแม่ถาม

ว่างอยู่ค่ะ มีอะไรหรือคะ

แม่จะไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาเก็ตแถวนี้สักหน่อย หนูจะไปด้วยกันไหม ? จะได้รู้จักที่ทางในเมืองด้วย

ไปค่ะไป แนนรีบตอบ เพราะอยากรู้จักที่ที่ตัวเองได้มาอยู่ให้ละเอียด จะได้ไปไหนมาไหนคนเดียวได้

ไม่ต้องใส่เสื้อโค้ดหรอกจ้ะ เราจะนั่งรถไปกัน คุณแม่บอกเมื่อเห็นแนนหยิบเสื้อโค้ดมาจากที่แขวนหมวก

ค่ะ แล้วจะรีบตามลงไปค่ะ ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่แนนก็รู้สึกเขินที่ทำอะไรเปิ่นๆออกไป

" ซุปเปอร์มาเก็ตอยู่ไกลมากเลยเหรอคะ ถึงต้องนั่งรถไปน่ะค่ะ แนนถามคุณแม่เมื่อออกมานอกบ้าน วันนี้อากาศไม่ค่อยหนาวมากเลยใส่แค่แจ็กเก็ตบางๆก็เพียงพอแล้ว

" อ๋อ ที่ที่แม่ไปซื้อประจำอยู่ค่อนข้างไกลน่ะ แต่ที่หัวมุมตรงซอยหน้าบ้านเราก็มีอยู่ที่นึงจ้ะ

แต่ซุปเปอร์ที่เราจะไปใหญ่กว่าแถวบ้านเรามาก แล้วราคาก็ถูกกว่าด้วยนะจ้ะ คุณแม่กล่าวขึ้น เมื่อเห็นแนนทำหน้าสงสัย ฉันพยักหน้าตอบรับ เข้าใจเหตุผลของอีกฝ่าย

ถึงแล้วล่ะ ท่านพูดขึ้นเมื่อถึงที่หมาย

ใหญ่กว่าจริงๆด้วยค่ะ แนนเอ่ยขึ้น ตอนลงจากรถแล้ว ก็ดูจากภายนอกแล้วตึกนี้จะเรียกว่าห้างขนาดย่อมๆก็ยังได้ เมื่อมองขึ้นไปยังป้ายชื่อของซุปเปอร์มาเก็ต ฉันก็เผลออุทานขึ้นมา

จัสโก้นี่นา? เคยได้ยินมาเหมือนกันว่าเป็นซุปเปอร์มาเก็ตของญี่ปุ่น ท่าจะจริงแฮะ แนนคิด

" อริสารู้จักจัสโก้ด้วยหรือ แม่อุปถัมป์ถามฉัน

ค่ะ ที่ไทยก็มีจัสโก้เหมือกัน นอกจากจัสโก้แล้วยังมีห้างของญี่ปุ่นไปทำกิจการที่ไทยอีกหลายแห่งเหมือนกัน ฉันเสริม

เคยได้ยินพ่อเขาเล่าให้ฟังเหมือนกัน ผู้รับฟังพยักหน้าตอบรับความรู้ใหม่

หลังจากที่ซื้อของเสร็จเรียบร้อยแล้ว คุณแม่ก็พูดขึ้นมาว่า

ปรกติแล้วแม่มีที่ซื้อประจำอีกที่หนึ่งด้วยไว้วันหลังแม่จะพาไปที่นั่นนะ

จะได้ไปขึ้นทะเบียนคนต่างชาติด้วย

ขึ้นทะเบียนที่ห้างได้ด้วยเหรอคะ?

ขึ้นทะเบียนที่ซุปเปอร์มาเก็ตไม่ได้หรอกจ้ะ แต่ซุปเปอร์มาเก็ตอีกที่อยู่ใกล้ๆกับสำนักงานเขตต่างหากจ้ะ คุณแม่ไขข้อข้องใจให้ฉัน

แล้วต้องใช้เอกสารสำคัญอะไรบ้างคะ?

แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน อาจจะใช้แค่พาสปอร์ตก็ได้นะ

งั้นหนูจะลองถามคุณอุไค วันเสาร์นี้ดูนะคะ

คราวนี้แม่ต้องไปด้วยไหมจ้ะ

หนูคงไปคนเดียวได้มังคะ เพราะคุณอุไคนัดพวกหนูที่สถานีเทนโนจิก่อนที่จะไปบ้านเขาน่ะค่ะ

คุณอุไคเป็นหัวหน้าเจ้าหน้าที่ของAFSประจำส่วนย่อยมินามิโอซาก้าหรือพื้นที่ดูแลโอซาก้าตอนใต้

พวกเราต้องไปที่บ้านของคุณอุไคทุกๆต้นเดือนเพื่อรับคำแนะนำและทำกิจกรรมอื่นๆร่วมกับเพื่อนจากประเทศอื่นๆอีก5คน

นักเรียนโครงการAFSทั้ง6คนที่สังกัดพื้นที่โอซาก้าตอนใต้ เป็นนักเรียนหญิง3คนได้แก่ ซาร่าที่มาจาก อเมริกา เอสเตอร์จากมาเลเซีย และตัวฉันที่มาจากประเทศไทย และนักเรียนชายอีก3คน ได้แก่ VJ จากนอร์เวย์ นิโคลาสจากเดนมาร์ค และอิคนาซิโอ จาก ชิลี

หลังจากที่พรรคพวกแยกย้ายจากค่ายแล้วพวกฉันก็มาอยู่ร่วมกันที่บ้านของคุณอุไคต่อ1คืน แต่ฉันกับซาร่าต้องอยู่ค้างต่ออีกหนึ่งคืนเพราะโฮสท์แฟมิลี่ของทั้งสองคนไม่ว่างวันนั้นจึงมารับพวกเธอตอนวันอาทิตย์แทน บ้านของคุณอุไคเป็นบ้านไม้แบบญี่ปุ่น เท่าที่ดูจากสายตาของคนทั่วไปแล้ว คุณอุไคเองก็เป็นคนมีฐานะดีทีเดียว เพราะดูจากขนาดของบ้านที่ค่อนข้างกว้างและอยู่กลางตัวเมืองแบบนั้นแล้วก็น่าจะเป็นอย่างนั้นอยู่

เมืองที่อริสามาอยู่นี้ชื่อว่าเมืองโคริยาม่า จังหวัดนารา ถ้านั่งรถไฟสถานีรถไฟนาราอยู่ถัดจากสถานีโคริยาม่าไปเพียงสถานีเดียว ดูแล้วน่าจะเรียกว่าสังกัดพื้นที่จังหวัดนารามากกว่า แต่โรงเรียนที่แนนต้องไปเรียนอยู่แถวๆสถานีเทนโนจิ เพราะเหตุนี้ล่ะมั้งที่ทำให้แนนได้สังกัดกับมินามิโอซาก้า เพราะสะดวกที่จะนัดหมายรวมพลมากกว่านั่นเอง

อริสาชอบทานเนื้อรึเปล่า? คุณแม่ถามขึ้นขณะที่กำลังเตรียมอาหารค่ำ

คือหนูไม่ทานเนื้อน่ะค่ะ แนนตอบท่านไปอย่างนั้น เพราะตอนที่กรอกใบประวัติเธอไม่ได้บอกไปว่าไม่ทานเนื้อ เพราะนึกคำที่จะมาอธิบายเป็นภาษาอังกฤษไม่ออกนี่ ถ้าจะบอกว่าเป็นมังสวิรัตก็ไม่ใช่เพราะหล่อนก็ไม่ทานเนื้อวัวแค่อย่างเดียวเอง แต่ที่บ้านของแนนก็มีแต่แนนกับแม่เท่านั้นที่ไม่ทานเนื้อ เพราะคุณแม่นับถือเจ้าแม่กวนอิมเลยไม่ทานเนื้อ แต่กรณีของแนนที่ไม่ทานก็เพราะว่าตอนเด็กๆเคยทานลูกชิ้นเนื้อที่ไม่ได้คุณภาพเลยไม่สบายหลังจากก็ไม่กินเนื้ออีกเลย

แย่ละสิ วันนี้ตั้งใจว่าจะทำเนื้อย่างเสียด้วย โฮสท์มาเธอร์อุทานออกมา

งั้นเดี๋ยวฉันจะทำอย่างอื่นให้หนูทานแทนเนื้อก็แล้วกันนะ ว่าแล้วคุณแม่ก็ไปเปิดตู้เย็นดูว่ามีกับข้าวอะไรอีกบ้าง

ทานหมูได้ใช่มั้ยจ้ะ? หล่อนหันมาถาม ถึงจะไม่แสดงออกมาแต่ก็พอรู้ว่าท่านลำบากใจเหมือนกันที่ต้องทำอาหารแยกอีกชุดหนึ่ง ทั้งๆที่จะต้องอยู่ที่นี่อีกเกือบปี แต่นี่หล่อนพึ่งมาถึงวันแรกก็ทำให้พวกท่านต้องมาวุ่นวายเพราะเธอคนเดียวก็กระไรอยู่ ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วลองทำอะไรที่ไม่ชอบบ้างก็จะดีกว่าแบบนี้สินะ แนนนึก

" คุณแม่ไม่ต้องทำกับอย่างอื่นเพิ่มก็ได้ค่ะ หนูว่าหนูจะลองทานเนื้อดูบ้างเหมือนกัน

แต่หนูไม่ทานเนื้อไม่ใช่หรือ ทำเพิ่มอีกอย่างก็ไม่ยุ่งยากนักหรอกจ้ะ

ไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าต้องทำแยกทุกครั้งคุณแม่คงลำบากน่าดู เด็กสาวยิ้ม อยากให้ท่านรู้ว่าตัวเธอนั้นไม่ได้ฝืนอะไรมากมายอย่างที่ท่านนึก

******************************

หลังจากที่ทานมื้อค่ำแล้ว รสชาติของเนื้อก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่เคยทานตอนที่อยู่เมืองไทย แต่อย่างน้อยก็คงอยู่ด้วยกันสบายกว่าที่จะคอยเรื่องมากอยู่คนเดียว

เอ่อคุณพ่อคะ หนูใช้คอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องได้มั้ยคะ? แนนลองเลียบๆเคียงๆถามเจ้าบ้าน ถ้าเขาไม่อนุญาติแล้วหล่อนไปใช้เครื่องโดยพละการคงจะไม่เป็นการดีแน่ๆ

เอาซี จะใช้อินเตอร์เน็ตด้วยก็ได้นะ คุณพ่ออนุญาติเรี่องที่แนนกำลังจะถาม

" จริงหรือคะ แนนแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า เพราะที่พวกท่านอนุญาติอย่างง่ายดาย

จริงสิ หนูคงอยากติดต่อกับครอบครัวแล้วก็เพื่อนๆที่เมืองไทยสินะ คุณพ่อยิ้มเอ็นดูแนนที่มักแสดงอาการแบบเด็กๆออกมา

ค่ะ ตั้งใจว่าจะเขียนบล็อคน่ะค่ะ เด็กหญิงตอบ

ตอนนี้บล็อคกำลังเป็นที่นิยมเลยสินะ ว่าแต่หนูจะพิมพ์เป็นภาษาไทยได้หรือ

หนูเตรียมคีย์บอร์ดมาจากไทยมาแล้วค่ะ ส่วนเรื่องฟอนท์ก็จดเว็บไซต์ที่ให้บริการเกี่ยวกับด้านนี้มาแล้วด้วย

เตรียมพร้อมมาขนาดนี้แล้วถ้าพ่อไม่อนุญาต หนูก็ขนของมาเสียเที่ยวนะซี " คุณพ่อกระเซ้าแนนเล่น ทำให้ทุกๆคนรู้สึกขำ และหัวเราะออกมา

แล้วหนูใช้ชื่อบล็อกว่าอย่างไรล่ะ "

"หนูยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะใช้ชื่อบล็อคว่าอย่างไรเลยค่ะ "

" ไม่ต้องรีบร้อนหรอก หนูยังอยู่ที่นี่อีกนานนี่นา

นั่นสินะค่อยๆคิดก็ได้นีบางทีรีบร้อนเกินไปก็ไม่ดีสินะ เพราะเธอเองก็อยากอยู่ที่นี่นานๆเหมือนกัน

ขอดูโทรทัศน์ได้มั้ยคะ?

ดูตามสบายได้เลยจ้ะ เมื่อได้รับคำอนุญาติแล้ว แนนเลยเอื้อมมือไปหยิบรีโมต กดสวิชต์เปิดโทรทัศน์ ที่ตอนนี้กำลังออกอากาศรายการเพลงวัยรุ่นรายการหนึ่ง ในรายการนั้นก็มีนักร้องมากมายหลายคน มีทั้งที่อริสารู้จักและไม่รู้จักปนๆกันไป แต่มีวงหนึ่งที่ทำให็รู้สึกสะดุดใจ เพราะเป็นวงดูโอผู้หญิงชาวต่างชาติที่น่าจะเป็นฝาแฝดกัน ดูแล้วค่อนข้างแปลกสำหรับประเทศปิดที่ไม่ค่อยยอมรับชาวต่างชาติอย่างประเทศญี่ปุ่น

สนใจวงนั้นอยู่หรือ?

อืม คิดว่าแปลกนิดหน่อยน่ะค่ะ ที่มีวงของคนต่างชาติมาออกรายการทีวีของญี่ปุ่นด้วย

นั่นสินะจะว่าแปลกก็แปลกจริงๆนั่นแหละ แต่รู้สึกว่าวงนี้กำลังเป็นที่นิยมของพวกวัยรุ่นอยู่นะ

อย่างนั้นเหรอคะ ขณะที่เด็กสาวตั้งหน้าตั้งตาดูวงที่ตนกำลังสนใจ พิธีกรของรายการก็ประกาศชื่อของวงนี้ออกมา

「ต่อไปเชิญชมการแสดงจากวง " Forget me not " กับบทเพลง Eternal moon ครับ」 บทเพลงที่ได้ฟังนั้นมีเนื้อเพลงเป็นภาษาญี่ปุ่นเสียส่วนมาก ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมถึงได้เป็นที่นิยมแล้วล่ะ

อาจจะฟังดูประหลาด แต่ตอนที่ได้ฟังเพลงนี้ทำให้อริสานึกถึงเรื่องเกี่ยวกับพระจันทร์ที่พี่ชายของเธอเคยเล่าให้ฟังตอนเด็กๆ ที่เธอลืมไปแล้ว

「นี่ ถึงตอนนี้พวกเราจะอยู่ต่างสถานที่กัน แต่เธอก็ยังคงมองดวงจันทร์ดวงเดียวกันนี้จากที่ไหนสักแห่งอยู่ใช่ไหม」

" คุณพ่อคะ หนูคิดออกแล้วล่ะค่ะว่าจะใช้ชื่อบล็อคว่าอะไรดี

งั้นก็ดีสิ หนูจะใช้ชื่อว่าอะไรล่ะ

ความลับค่ะ ง้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ว่าแล้วแนนก็วิ่งปรู้ดขึ้นไปบนห้องทันที

เอาล่ะใช้ชื่อนี้ละกัน เด็กสาวล็อกอินเข้าบล็อคเพื่อตั้งชื่อบล็อคขึ้นและพิมพ์ชื่อMoon Messageลงไปในช่องที่ให้กรอกชื่อ ต่อไปก็เริ่มเขียนข้อความแรกลงไปในบลอค

「 สวัสดีจ้ะจันทร์เจ้า ตอนนี้ฉันอยู่ในที่ที่ห่างไกลจากบ้านมาไกลแสนไกลเหลือเกิน ฉันจะขอฝากข้อความให้เธอช่วยบอกให้บ้านเกิดของฉันจะได้ไหมนะ. 」

************************

ความคืบหน้าตอนนี้จบตอนที่3แล้ว(หลังจากที่อู้มาหลายวัน) วันนี้ก็จะพยายยามเขียนตอนที่4ให้มากที่สุด ตอนแรกเราเขียนแบบใช้การดำเนินเรื่องแบบตัวละครเป็นคนเล่าก่อนแล้วค่อยมาเปลี่ยนทีหลัง เพราะฉะนั้นถ้ามีจุดไหนผิพลาดก็ช่วยบอกด้วยน้า

ช่วงนี้เราอาจต้องไปใช้คอมพี่เพราะจอคอมพี่เราเดี้ยง เลยจะเอาจอเราไปใช้แทน ดังนั้นใครออนเอ็มแล้วไม่เจอเราก็อย่าแปลกใจไปก็แล้วกันมันเป็นตามที่ตั้งชื่อไว้นั่นแหล่ะ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่านแล้วได้ความเกร็ดเล็กๆน้อยๆเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนไปด้วย อ่านเพลินดีค่ะ
จะรอตอนต่อไปนะคะ

#1 By เดสโทราตี้! on 2005-10-10 23:37

ลืมแปะเอาไว้ก่อนเริ่มเรื่อง ก่อนอื่นคงต้องขอสารภาพเลยเขียนนิยายเรื่องนี้มาจากความทรงจำของตัวเองสมัยที่ไปAFSเมื่อ5ปีก่อน(ปี2000)มาเกือบ70%ของเรื่องเลยล่ะ บางส่วนก็เอามาจากประสบการณ์ของเพื่อนๆพี่ๆที่ได้ไปญี่ปุ่นทั้งจากโครงการเดียวกันและคนละโครงการ เพราะฉะนั้นอาจจะมีเรื่องที่อยากเขียนตกหล่นไปบ้างเล็กน้อย(จนไปถึงมาก)เพราะตัวเองเป็นคนที่ไม่ชอบเขียนเอามากๆ มาตอนนี้เลยรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้บันทึกเอาไว้(ฮา)

#2 By ~MaNa~ on 2005-10-11 00:14

สนุกจังเลยแฮะ.....รอตอนต่อไปอยู่น้า ~

#3 By hikaru on 2005-11-14 00:15