นานๆจะโผล่มาอัพเรื่องอื่นนอกจากคอมมูบ้าง= v =;;;
 
 
ได้ยินมาว่าสานฝันสู่เส้นชัย บริหารสไตล์ดรักเกอร์ หรือもし高校野球の女子マネージャーがドラッカーの『マネジメント』を読んだら (เมื่อนร.หญิงม.ปลายผู้จัดการชมรมเบสบอลได้อ่านหนังสือ"การจัดการ"ของดรักเกอร์แล้วล่ะก็) ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกย่อๆกันว่าโมชิโดร่า(ดังนั้นในเอนทรี่นี้เราเรียกโมชิโดร่าตามความเคยชิน)ออกขายมาซักพักแล้ว  เมื่อวานเลยถือโอกาสไปสอยกลับมาบ้าน และอ่านจบไปแล้วรอบนึง แต่คิดว่าจะอ่านอีกรอบเพื่อเก็บรายละเอียดในส่วนเนื้อหาทฤษฎีของดรักเกอร์ซ้ำอีกทีนึง
 
ส่วนใหญ่เท่าที่รู้มา คนที่ได้ข่าวว่าเรื่องนี้วางแผงแล้วแต่สนพ.เนชั่นนำไปจัดไว้ในส่วนของหนังสือบริหารธุรกิจทั้งที่แต่เดิมต้นฉบับเป็นไลท์โนเวล จะออกแนวเหวอกันเล็กน้อย ตอนแรกเราเองก็เหวอเหมือนกันแต่พอได้อ่านก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่
 
 ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนว่าเรารู้จักเรื่องนี้เพราะชื่ออันยาวเหยียดและแนวเรื่องที่เอาหนังสือของดรักเกอร์มาประยุกต์กับนิยาย ซึ่งถ้าใครเรียนด้านบริหารธุรกิจโดยเฉพาะเอกการจัดการแล้วอย่างน้อยก็จะเคยได้ยินได้เรียนเรื่องทฤษฎีและแนวคิดของดรักเกอร์กันอย่างแน่นอน 
 
จะขอพูดเกริ่นถึงปีเตอร์ F ดรักเกอร์ซักเล็กน้อย ดรักเกอร์เป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรต่างๆ ได้รับการขนานนามว่าเป็นบิดาแห่งการบริหารและการจัดการสมัยใหม่ และแนวคิดด้านการจัดการของเขาก็ถูกนำมาใช้เป็นต้นแบบในการอ้างอิง การประยุกต์เพื่อพัฒนาองค์กรอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก   ในเรื่องของแนวคิดของดรักเกอร์นั้นขอแนะนำให้ลองอ่านจากในหนังสือเล่มนี้ได้เลย 

 
.....ในส่วนของนิยายนั้นจะพูดถึงการนำแนวคิดของปีเตอร์ F ดรักเกอร์มาประยุกต์กับการแก้ไขสถานการณ์ความเป็นไปของชมรมเบสบอลที่มินามิเข้ามาเป็นผู้จัดการแบบกระทันหัน  ดังนั้นเนื้อเรื่องจะแบ่งออกเป็นสามพาร์ทใหญ่ๆ นั่นคือการวิเคราะห์องค์กร การแก้ไขปัญหาภายในองค์กร และการพัฒนาเพื่อนำองค์กรไปสู่เป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้(mission)โดยอาศัยเครื่องมือต่างๆมาใช้
 
 
.....พูดกับตามตรงแล้วถ้ามองในแง่วรรณกรรมแล้วโมชิโดร่าเป็นนิยายที่ตรงไปตรงมา ไม่หวือหวาซับซ้อน และมีเนื้อหาใกล้เคียงกับหนังสือฮาวทูหรือคู่มือต่างๆมากกว่า ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทางสนพ.จะจัดให้โมชิโดร่าไปอยู่ในหมวดบริหารธุรกิจแทนทีจะเป็นนิยาย (ส่วนนึงคือเนชั่นเองก็ไม่ได้ทำหนังสือในหมวดไลท์โนเวลออกขายด้วย ส่วนหมวดวรรณกรรมก็ทำแบบตลาดกลุ่มทั่วไป ไม่ได้เจาะมาทางสายการ์ตูนเท่าไหร่)
 
....อันที่จริงถ้าสนพ.จะจัดหมวดหมู่ออกมาเป็นแบบนี้ก็ไม่แปลกอะไร เพราะการจัดหมวดแบบนี้สามารถขายได้วงกว้างกว่าการจะขายในรูปแบบนิยายด้วยซ้ำ และถ้าคนที่เคยดูอนิเมหรือเป็นแฟนต้นฉบับมาก่อนก็น่าจะซื้อไปอ่านด้วยอยู่แล้ว ด้านรูปเล่มทำเป็นแบบหนังสือพ็อคเก็ตบุ้คทั่วไป  ภาพประกอบภายในเป็นสี่สีทั้งเล่ม ถือว่าทำออกมาได้สวยงามเลยทีเดียว
 
 
....ส่วนที่ขอพูดถึงอีกอย่างซึ่งต่อเนื่องจากย่อหน้าที่แล้ว คือภาษาที่ใช้และสำนวนแปลที่ใช้นั้นถ้าใครคุ้นเคยกับการอ่านไลท์โนเวลจะรู้สึกได้ทันทีว่าใช้ภาษาคนละแบบกับที่ใช้ตามไลท์โนเวลแปลไทยที่เห็นกันบ่อยๆ ตามความเห็นส่วนตัวแล้วเราถูกใจการเลือกใช้ภาษากับบริบทแบบนี้มาก ที่จริงเราเองก็ไม่เคยอ่านฉบับภาษาญี่ปุ่นมาก่อนเลยไม่รู้ว่าต้นฉบับใช้ภาษาแบบไหน  
 
.....แต่ในฉบับภาษาไทยนี้เนื่องจากสนพ.ได้จัดหมวดหมู่เป็นหนังสือบริหารธุรกิจ การใช้ภาษาเลยเป็นแบบกึ่งทางการ ที่เรียบง่าย และใช้รูปแบบภาษาไทยแบบที่คนทั่วไปอ่านแทนที่จะใช้ภาษาแบบไลท์โนเวลแปลไทยทั่วไปนั้นเหมาะสมกว่าและตอบสนองต่อกลุ่มเป้าหมายที่สนพ.วางไว้ได้ดี
 
 
.....จากที่ว่ามานี้เราคิดว่าโมชิโดร่าเป็นหนังสือคู่มือที่เหมาะสำหรับคนชอบอ่านการ์ตูนหรือนิยายที่เริ่มสนใจอยากจะอ่านหลักการบริหารองค์กรของดรักเกอร์ที่ผ่านการย่อยให้เข้าใจง่าย มีเนื้อเรื่องแสดงให้เห็นตัวอย่างการนำไปใช้ และมีความสนุกสนานไม่เป็นทางการแบบหนังสือเรียนวิชาการ  และผ่านการปรับวิธีเรียบเรียงให้คนทั่วไปก็อ่านได้ไม่จำกัดเฉพาะแค่กลุ่มผู้นิยมอ่านไลท์โนเวลเท่านั้นค่ะ

Comment

Comment:

Tweet