MoonMessage~second chapter~HBD+ทู หมี่ ทู้ มี
posted on 13 Jun 2006 21:22 by mana in fictionวันนี้เเก่ขึ้นอีกปีเเล้วสิเนี่ย อาศัยฤกษ์นี้มาแปะตอน2เลยเเล้วกันนะ พึ่งมีโอกาสมานั่งเเก้คำผิดที่เคยพิมพ์ไว้(แต่คิดว่าคงยังมีหลงๆอยู่มั่งล่ะ) แบบว่าอายตัวเองมากเลยงานส่งอาจารย์ แต่ยังเขียนแบบแอบวายไว้อีกนั่นล่ะ
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
โรงเรียน
「วันที่ 9 เมษายน
สวัสดีจันทร์เจ้าสบายดีไหมเอ่ย ตอนนี้ฉันคุ้นกับที่ทางแถวนี้มากกว่าแต่ก่อนเยอะเลยเริ่มไปไหนมาไหนคนเดียวได้บ้างแล้วล่ะ ตอนนี้โรงเรียนเปิดเทอมแล้ว โรงเรียนของฉันตั้งอยู่ที่สถานีเทราดะโจวที่ห่างจากสถานีเท็นโนจิแค่สถานีเดียวแต่ตอนมาโรงเรียนก็ต้องเปลี่ยนสายที่มาจากนาราไปเป็นสายรอบเมืองแทน ซึ่งสายรอบเมืองนี่คนแน่นมากขนาดที่เรียกได้ว่าปลากระป๋องยังชิดซ้ายไปเลย จนบางครั้งฉันยังเคยคิดที่จะเดินมาจากสถานีเทนโนจิอาจจะดีกว่าแต่ก็ติดตรงที่ว่าฉันยังไม่รู้ที่ทางดีนักถ้าเกิดหลงทางล่ะคงจะแย่น่าดู อีกอย่างที่ไม่เดินมาโรงเรียนก็เพราะโรงเรียนฉันอยู่ใกล้สถานีเทราดะโจวมากเลยน่ะสิ(แค่ข้ามสนามเด็กเล่นหน้าโรงเรียนก็ถึงแล้วล่ะ)
ตอนนี้เป็นช่วงที่ซากุระกำลังผลิบาน ดังนั้นทางเข้าโรงเรียนของฉันที่เป็นต้นซากุระเรียงรายไปตามทางเลยสวยมากเป็นพิเศษ ลองคิดดูสิกลีบดอกไม้สีชมพูอ่อนที่มีอยู่อย่างหนาแน่นบนต้นไม้ปลิวกระจายไปตามแรงลมที่พัดมา ที่ทางเดินทั่วทั้งบริเวณนั้นมีกลีบดอกไม้ร่วงหล่นอยู่ราวกับถูกปูด้วยพรมสีชมพูอ่อนนะสวยจะตายไป ตัวตึกก็ดูค่อนข้างมีอายุพอสมควรท่าทางจะเปิดมานานพอดู อ้อลืมบอกไปโรงเรียนฉันเป็นโรงเรียนสาธิตของม.โอซาก้าด้วยล่ะเลยมีทั้งม.ต้นแล้วก็ม.ปลายอยู่ในตึกเดียวกัน แต่ก็แยกออกจากกันนะจะว่ายังไงดีล่ะ ตึกเรียนเป็นตึกรูปตัวUก็เลยเหมือนโดนแยกออกจากกันทั้งๆที่อยู่ในตึกเดียวกันนี่แหล่ะ
แต่ละชั้นเรียนจะแบ่งออกเป็น4ห้องA B C D ชั้นอยู่ห้องเอ มีอาจารย์อิโนอุเอะเป็นอาจารย์ประจำชั้น แล้วก็มีอาจารย์ฟุจิโมโต้เป็นอ.ที่ปรึกษาคอยดูแลนักเรียนต่างชาติ(ก็มีฉันอยู่คนเดียวนี่นา) ตอนนี้ฉันได้เพื่อนตั้งหลายคนแล้วล่ะ ทั้งยามาโมโต้จัง(ห้องฉันมียามาโมโต้2คน ชายคน หญิงคน แน่นอนว่าคนที่ฉันพูดถึงเป็นผู้หญิงจ้ะ)อาเบะจัง(ชื่อจริงอายะ นามสกุลอาเบะแต่ทุกคนที่ห้องเรียกอาเบะจัง) คุโบะซังฯลฯ ไว้คราวหน้าค่อยพูดถึงวิชาเรียนก็แล้วกันนะ เพราะตอนนี้ยังพึ่งเริ่มเรียนไปได้ไม่กี่วิชาเอง
คราวก่อนฉันเล่าไปหรือยังว่าที่บ้านโฮสต์ก็เลี้ยงหมาไว้สองตัวน่ะ ชื่ออากิจังกับฮารุจัง ชื่อเข้าคู่กันพอดีเลยเนอะ(ฮารุ-ฤดูใบไม้ผลิ อากิ-ฤดูใบไม้ร่วง)อากิจังน่ะอายุเท่าฉันเลย ทายสิว่าอายุเท่าไหร่? ทายไม่ถูกล่ะซี อากิจังอายุ15ปีจ้ะ สำหรับคนอาจจะไม่มาก แต่สำหรับหมาแล้วอากิจังก็เป็นคุณยายแล้วล่ะ ส่วนฮารุจังอายุเท่าปุ้กกี้หมาที่ฉันเลี้ยงที่บ้านที่เมืองไทย(8ขวบ) ทั้งอากิจังแล้วก็ฮารุจังเป็นตัวเมียพันธุ์ชิบะทั้งคู่เลย ทำเอาปุ้กกี้ดูตัวเล็กลงไปเยอะเลยนะเนี่ย(ปุ้กกี้เป็นตัวผู้ล่ะ) ตอนแรกฉันกังวลมากเลยที่รู้ว่าที่บ้านนี้เลี้ยงหมาเพราะเคยได้ยินมาว่ามีคนที่ต้องเปลี่ยนครอบครัวเพราะเข้ากับหมาที่บ้านโฮสต์แฟมิลี่ไม่ได้ แต่พอได้เจอตัวจริงฉันเบาใจไปเยอะเลย ก็ฮารุจังน่ะสามารถเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดสุนัขมนุษยสัมพันธ์ดีเด่นเลยน่ะสิ แค่เจอกันดรั้งแรกก็เข้ามาเลียมาคลอเคลียซะยังกับว่าเคยรู้จักกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อนเลย(แต่บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเป็นหมาจริงรึเปล่าเพราะเข้ามาคลอเคลียยังกับแมวเลยแน่ะ) ส่วนอากิจังเนื่องจากอายุมากแล้วเลยไม่ค่อยมีแรงเท่าไหร่ส่วนมากจะนอนอยู่บนห้องนอนของคุณพ่อคุณแม่น่ะ แต่เพราะต้องดูแลเอาใจใส่มาก บางครั้งฉันเลยอดรู้สึกหมั่นไส้อากิจังไม่ได้ซะยังงั้น(นิสัยไม่ดีเลยเนอะ) ฉันยังเด็กอยู่สินะที่รู้สึกอิจฉาอากิจังที่ได้รับความสนใจมากกว่าฉัน
ฉันชอบเวลาที่พาฮารุจังไปเดินเล่นที่สุดเลยล่ะ พวกเรา(ส่วนใหญ่ฉันจะไปกับคุณพ่อมากกว่าไปกับคุณแม่)จะเดินไปที่แปลงผักเล็กๆของคุณพ่อกัน ถึงจะไม่ใหญ่แต่ก็มีผักกับผลไม้หลายอย่างนา ตอนที่รถน้ำก็จะปล่อยฮารุจังวิ่งเอง พอจะกลับถึงค่อยคล้องสายจูงอีกที บางครั้งก็เรียกแต่ไม่มาเลยเอาขนมเข้าล่อถึงจะยอมกลับมา คุณแม่บ่นใหญ่เลยบอกว่าทำให้ฮารุจังเสียนิสัยถ้าไม่มีของล่อจะไม่ยอมมาหา
คุโบะซังชวนฉันไปดูคอนเสิร์ตของชมรมดุริยางค์ที่คุโบะซังสังกัดอยู่ด้วยล่ะ แน่นอนว่าฉันตอบรับไปแล้วเรียบร้อยไว้จะมาเล่าให้ฟังคราวหน้านะจันทร์เจ้า บ้ายบาย
NaN.」
****************************
ในห้องนอนที่ขนาดไม่ใหญ่มากนัก มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์ใกล้ๆกับหน้าต่างของห้อง
ไงนันท์ อ่านบล็อคของน้องอีกแล้วรึ เพื่อนร่วมห้องของคนที่นั่งเล่นอินเตอร์เน็ตทัก
ก็นะ มาอ่านด้วยกันมั้ยล่ะ ป่าน อนันต์หรือนันท์ชวนเพื่อนให้มาอ่านบล็อคของน้องด้วยกัน
ไม่ดีกว่า ป่านหรือภาณุปฏิเสธคำชวนนั้น ไม่อยากฟังคำอวดเดิมๆจากคนที่บ้าน้องสาวที่อยู่ตรงหน้านัก พลางคิดถ้าเกิดว่าสาวๆที่คณะเกิดมารู้ถึงความบ้าน้องสาวของนันท์ ภาพพจน์ชายในฝันของพวกหล่อนคงพังไม่เป็นท่า แต่ถ้าไม่นับนิสัยนี้แล้วนันท์ก็ถือเป็นเพื่อนที่ดีที่ใครๆก็ชอบเลยทีเดียว เพราะเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย
เขียนตอบซะยังกับตอบบล็อคแฟนเลยว่ะ ป่านแหย่ เมื่อเห็นข้อความที่นันท์พิมพ์
ไหนว่าไม่ดูไง มาแอบอ่านตั้งแต่เมื่อไหร่ห่ะ นันท์หันมาต่อว่าเพื่อนนิดๆที่แอบมาอ่านสิ่งที่ตนพิมพ์ลงไป
ก็นายมัวแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่นั่นแหละ ชั้นเลยสงสัยก็เลยมาดูสิว่านายทำอะไรอยู่ ป่านยิ้มตอบกลับแบบกวนๆ นานๆเขาถึงจะหยอกคนที่อยู่ตรงหน้านี้ได้ซักครั้งหนึ่ง เพราะปกติเขาเป็นฝ่ายที่โดนยั่วประสาทซะมากกว่า
ก็น้องสาวชั้นออกจะน่ารักออกอย่างนี้ จะไม่ให้ฉันยิ้มจะได้ยังไงล่ะ นันท์ตอบเส กลบความเขินที่โดนเพื่อนแซว
เอาเถอะน่า ชั้นก็แค่สงสัยว่าเมื่อไหร่นายจะเลิกเห่อน้องสาวซะที ป่านถาม น้องแกก็โตๆแล้วนะ อย่ามัวแต่โอ๋ยังกะน้องยังเด็กเล็กๆอยู่ได้ ป่านไม่ได้ตั้งใจที่จะยั่วฝ่ายตรงข้ามแต่ผลที่ออกมากลับตรงข้ามกับที่เขาคิด
ฉันจะทำยังไงก็เรื่องของฉัน นันท์ตวาด บรรยากาศในห้องอึมครึมลงอย่างเห็นได้ชัด
ทันใดนั้นเองนันท์ก็เอามือกุมหน้าอก สีหน้าบูดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ป่านรีบถลาเข้าไปหาด้วยความตกใจ
เป็นอะไรมากรึเปล่า มือก็หยิบซองยาที่อยู่บนชั้นข้างหัวเตียงส่งให้เพื่อน นันท์รีบคว้ายานั้นมาอม
ขอโทษนะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะว่าอะไรนายหรอกนะ ป่านขอโทษเพื่อน สีหน้าของคนที่อยู่ในอ้อมแขนดีขึ้นเล็กน้อย
ฉ.. ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษที่ทำตัวไม่มีเหตุผล นันท์เค่นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก ป่านหิ้วปีกของเพื่อนวางลงบนเตียงหนาที่อยู่อีกมุมหนึ่งของห้อง
ต้องลำบากนายอยู่เรื่อยเลยนะ นันท์ขอโทษเพื่อน ให้ตายสิ ไม่อยากให้ใครมาเห็นสภาพอย่างนี้เลยจริงๆ คนพูดยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูข่มขื่นชอบกล
ช่างมันเถอะ นายก็รีบๆนอนซะร่างกายจะได้พักผ่อน ป่านปลอบเพื่อน มือลูบหัวอีกฝ่าย
อืม คนป่วยพยักหน้าให้นิดหน่อย แล้วก็หลับตาลงภาวนาให้ความเจ็บปวดทั้งหมดหายไป
***************************
「วันที่ 11 เมษายน
สวัสดีจันทร์เจ้าวันนี้ฉันมีเรื่องมาเล่าให้เธอฟังเยอะเลย จะเริ่มจากเรื่องไหนก่อนดีนะ อืม เริ่มจากเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน
เธอยังจำคอนเสิร์ตของชมรมดุริยางค์ที่เคยพูดถึงคราวที่แล้วได้ไหม เมื่อวานนี้ฉันไปดูมาแล้วล่ะ คอนเสิร์ตคราวนี้เล่นเพลงประกอบภาพยนต์ ไลอ้อนคิงของดิสนี่ย์ล่ะ การแสดงจบลงด้วยดี ไม่แปลกหรอกก็ทุกคนตั้งใจกันออกขนาดนี้ ทุกคนต้องมาซ้อมกันตั้งแต่ก่อนเปิดเทอมแล้วนี่นะ
วันนี้ไปงานโอเรียนเต่ชั่นครั้งแรก คุณพ่อคุณแม่ก็ไปด้วยกัน แต่ละคนจะแสดงโชว์กันล่ะของเราแสดงรำเชิญพระขวัญที่หัดมาก่อนมาญี่ปุ่นโชคดีที่แสดงไม่พลาด( ต่อให้พลาดเขาก็ไม่รู้หรอกแต่มันเป็นศักดิ์ศรีของตัวเองที่ไม่อยากพลาดมากกว่า )ซาร่าห์แสดงคาราเต้ นอกจากนี้ยังได้ลองดีดโกโต(เครื่องสายของญี่ปุ่นรูปร่างคล้ายกู่เจิงของจีน) ต่อจากนั้นก็เข้าร่วมพิธีชงชา พิธีนี้มีเสน่ห์ตรงที่ความขลังของพิธีการที่ละเอียดลออพิถีพิถันและสง่างาม เมื่อได้รับน้ำชามาก่อนอื่นก็ต้องหมุนถ้วยชาไปทางขวาก่อนสามรอบเพื่อชมความงามของภาชนะ จากนั้นก็ดื่มชาให้หมดในสามครั้ง เสร็จแล้วจึงหมุนถ้วยกลับไปทางซ้ายอีกสามรอบ(ท่าทางคนญี่ปุ่นจะชอบเลข3มาก ขนาดโตเกียวทาวเวอร์ยังสูง333เมตร) แต่พิธีนี้ก็มีจุดที่ฉันไม่ชอบตรงที่ต้องนั่งเทพธิดาตลอดพิธี ทำเอาเหน็บกินขาเลย แล้วความคิดที่เคยตั้งใจเอาไว้ว่าจะเข้าชมรมชงชาก็หายไปในอากาศในทันทีเลยล่ะ
คราวที่แล้วสัญญาเอาไว้ว่าจะพูดถึงเรื่องที่โรงเรียนให้ฟังต่อสินะ ก่อนหน้านี้อาจารย์อิโนอุเอะที่เป็นอาจารย์ประจำชั้นมาถามฉันว่าจะเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ตัวไหนบ้าง ทั้งสามวิชาก็มี ฟิสิก เคมี วิทยาศาสตร์กายภาพ(ไม่แน่ใจว่าเรียกอย่างนี้ถูกรึเปล่านะ) ให้เลือกเอาสองวิชาแน่นอนว่า บ้ายบายฟิสิก(ฮา) ก็เค้าไม่ชอบวิชานี้นี่นา ส่วนวิชาศิลปะอาจารย์เค้าเลือกวิชาเขียนพู่กันจีนให้แล้ว อ้อ มีอีกเรื่องนึงก่อนที่จะมาที่นี่เคยมีรุ่นพี่บอกไว้ว่าให้ระวังวิชาภาษาอังกฤษเอาไว้ดีๆ เพราะโดนถามแน่ๆ เราก็เลยระวังวิชานี้เต็มที่ที่ไหนได้ไม่ค่อยโดนถามซักเท่าไหร่ วิชาที่โดนถามมากกว่ากลายเป็นวิชาเลข(ซะงั้น) สงสัยอาจารย์เก่งอังกฤษเลยถามเราตลอด ยังดีที่เรียนเรื่องวงกลม(ต่อจากที่เรียนค้างไว้ที่ไทยพอดี)เลยยังพอถูไถไปได้
วันนี้คุยมาก็เยอะแล้ว ไว้จะมาคุยใหม่นะจันทร์เจ้า บ้ายบาย
ถึงพี่นันท์ช่วงนี้ได้กลับบ้านบ้างรึเปล่า? อย่าทำงานที่มหาลัยหักโหมนักนะคะ เป็นห่วง
หวัดดีจ้าพิม กลับไปเมื่อไหร่ไว้ไปเที่ยวกันอีกนะ
」
********************************
กลับมาแล้วค่ะ เด็กหญิงเพิ่งกลับมาจากโรงเรียน รองเท้าของเด็กจำนวนมากวางอยู่ยกพื้นหน้าบ้าน
โฮสต์มาเธอของแนนเป็นสมาชิกของคุมอน(มีสาขาที่ไทยแล้วนี่) และใช้ที่บ้านเป็นโรงเรียนสาขาของคุมอนด้วย ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ยกเว้นวันพุธจึงมีเด็กนักเรียนตั้งแต่ระดับชั้นประถมจนไปถึงมัธยมปลายมาเลยกันเต็มไปหมด
วันนี้เป็นยังไงบ้างจ้ะ แม่อุปถัมป์ทักเด็กสาว
ก็ดีค่ะ เห็นพี่เคย์โกะบอกว่าเสาร์นี้ต้องไปที่โรงเรียนของซาร่าห์ด้วย เด็กหญิงตอบ เธอยิ้มเล็กน้อยพลางส่งจดหมายให้คุณแม่ ก่อนที่จะรีบขึ้นไปบนห้อง ถ้ากลับมาช้าเธอมักจะหลบขึ้นไปบนห้องโดยเร็วจะได้ไม่รบกวนคุณแม่และเลี่ยงการลงมาข้างล่างให้น้อยที่สุด จนกว่าคุณแม่จะสอนเสร็จตอน2ทุ่ม ดังนั้นเวลาทานอาหารเย็นของที่บ้านที่แนนมาอยู่เลยช้ากว่าบ้านอื่นๆมาก เพราะคุณพ่อเองก็กลับถึงบ้านราวๆ2ทุ่ม
พี่เคย์โกะที่แนนพูดถึงเป็นหนึ่งในอาสาสมัครที่มาเป็นสต้าฟดูแลเด็กนักเรียนแลกเปลี่ยนแต่ละคน
จะให้พาฮารุจังไปเดินเล่นด้วยมั้ยคะ แนนถามหลังจากที่เปลี่ยนชุดลงมาแล้ว
จ้า ฝากด้วยนะจ้ะ คุณแม่บอกเธอ เวลาเดินระวังรถด้วยนะ โฮสมาเธอเตือนลูกสาว
ค่ะ เด็กหญิงรับปาก พลางเปิดประตูหลังบ้าน ฮารุจังรีบออกมาจากบ้านสุนัขทันที ไปเดินเล่นกันนะฮารุ สุนัขชิบะสีน้ำตาลยอมให้เธอคล้องสายจูงอย่างง่ายดาย
ไปแล้วนะคะ เด็กหญิงบอก ก่อนพาฮารุเดินทะลุไปยังประตูเล็กข้างบ้าน
********************************
「วันที่ 17 เมษายน
สวัสดีจ้ะจันทร์เจ้า สบายดีไหมเอ่ย ฉันสบายดีจ้ะวันนี้ได้ไปที่โรงเรียนของซาร่าห์มาล่ะ ที่โรงเรียนของซาร่าห์เป็นโรงเรียนที่เน้นเกี่ยวกับพวกนักเรียนต่างชาติล่ะ นี่นี่จันทร์เจ้า ที่โรงเรียนของซาร่าห์มีนักเรียนไทยจากคนละโครงการด้วยล่ะ พี่เค้าชื่อพี่เจนล่ะ วันนี้ได้คุยกันตั้งหลายอย่างแน่ะ ก็เป็นครั้งแรกตั้งแต่แยกจากพวกเฟิร์นแล้วได้คุยกับคนไทยโดยตรงเลยนี่นา ทำเอาพวกคุณอุไคยังตกใจเลยที่ฉันพูดต่อยหอยได้ขนาดนั้น(ปกติก็พูดเก่งอยู่แล้ว)
วันนี้โดนพี่เจนหักหลัง... ก็มีอยู่ช่วงนึงที่จะให้เด็กแลกเปลี่ยน(จากทุกโครงการ)เวียนไปแต่ละกลุ่มเล่าเรื่องของประเทศตัวเองให้ฟัง แล้วมีอยู่กลุ่มหนึ่งมีอาจารย์ที่เคยไปเที่ยวไทยมาขอให้รำไทยให้ดู เลยรำวงที่จริงตอนที่ยืนขึ้นก็มองหาพี่เจน(หาพวก ยืนคนเดียวเค้าเขินน่ะ)แต่หาไม่เจอเลยต้องเดี่ยวรำวงกลางหอประชุม(เด่นเป็นบ้า) มารู้จากพี่เจนทีหลังว่าเขาเห็นแล้วแต่แกล้งหลบเพราะไม่อยากไปรำด้วย(ก็โรงเรียนตัวเองด้วยนี่นา)
ที่จริงโรงเรียนฉันหยุดล่ะ อืม จะว่ายังไงดีล่ะโรงเรียนรวมไปถึงหน่วยงานต่างๆจะหยุดเสาร์เว้นเสาร์ล่ะ แต่ได้ยินมาว่าอีกไม่กี่ปีจะหยุดทั้งวันเสาร์-อาทิตย์แบบไทยล่ะ
คราวที่แล้วโดนถามว่าต้องเรียนทุกวิชารึเปล่า คำตอบคือปล่าวจ้า มีบางวิชาที่ไม่ต้องเรียนอย่างวิชาประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น รึภาษาสาสตร์(ที่ญี่ปุ่นแยกวิชาภาษาญี่ปุ่นด้วยวิธีเรียก ถ้าเป็นวิชาที่สอนคนญี่ปุ่นจะเรียกวิชาภาษาศาสตร์ แต่วิชาสอนสอนชาวต่างชาติถึงจะเรียกวิชาภาษาญี่ปุ่น)ก็จะเป็นคาบว่าง ถ้าอาจารย์ฟุจิโมโต้มีคาบว่างจะมาสอนภาษาญี่ปุ่นง่ายๆให้ แต่ถ้าคาบไหนอาจารย์มีคาบสอนก็จะเป็นคาบอิสระ ช่วงนั้นฉันก็จะไปที่ห้องสมุดของโรงเรียน ถึงจะอ่านไม่ค่อยรู้เรื่องแต่แค่ดูรูปก็สนุกแล้วล่ะ
วันนี้มาคุยตั้งเยอะแล้ว ไว้จะมาคุยอีกนะจันทร์เจ้า
NaN.」
「วันที่ 22 เมษายน
สวัสดีจันทร์เจ้าเธอสบายดีไหม ฉันสบายดี ตอนนี้มีเพื่อนที่โรงเรียนเยอะขึ้นแล้วล่ะ เมื่อวานอาเบะจังพาไปร้านขายของเจ้าประจำของอาเบะจังมาด้วยล่ะ มีของที่อยากได้เยอะเลย ก่อนกลับแวะไปที่ร้านร้อยเยนที่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินเท็นโนจิ(เวลาไปบ้านอุไคซังก็ไปทางนี้นี่แหละ)ที่ญี่ปุ่นนี่ตามสถานีใหญ่ๆจะมีห้างสรรพสินค้าอยู่ด้านล่างยังกับเมืองใต้ดินเลยล่ะ เมื่อไหร่สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินบ้านเราจะมีอย่างนี้บ้างนะ
ร้านร้อยเยนนี่ก็มีของเยอะแยะหลายประเภทแต่ทุกอย่างขายในราคาร้อยเยนล่ะ คุณภาพของที่ขายที่นี่ก็ถือว่าคุณภาพค่อนข้างดีทีเดียว(ถ้าเทียบกับสินค้าที่ไทยแล้วก็อยู่ในระดับดีแล้วล่ะ)ทั้งพวกเครื่องเขียน เครื่องใช้ในครัว อุปกรณ์สำนักงานเล็กน้อยฯลฯ ที่เมืองไทยก็มีร้านอย่างนี้เหมือนกันนะ รุ้สึกว่าจะเป็นสาขาของร้านร้อยเยนของญี่ปุ่นเนี่ยแหละ(แต่ที่ไทยขายทุกอย่าง60บาท)
วันนี้มาโดกะจังบอกว่าอีกไม่นานที่โรงเรียนจะจัดกิจกรรมเดินทางไกลกับแข่งกีฬาสีล่ะ เห็นบอกว่าต้องลงแข่งสองอย่าง แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงแข่งอะไรดีเหมือนกันต้องรอให้เรียนวิชาพละก่อนถึงจะตอบได้
วันนี้ไม่รู้ว่าจะคุยอะไรต่อดีแล้วล่ะ ไว้จะมาคุยกันอีกนะจันทร์เจ้า บ้ายบาย
NaN.」
++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
PS.แนทเอ้ย เอามาเเปะตามที่ขอเเล้วน่อสำนวนตอนที่2นี่อาจเเปลกๆหน่อย เพราะตอนนั้นพิมพ์ไปถึงตอน5ไฟล์ดันเจ้ง แถมตอนนั้นพิมพ์ทั้งหมดลงไฟล์เดียวกันหมดเลยต้องมาเริ่มใหม่ตั้งเเต่ตอน6 แล้วมาย้อนพวกที่พิมพ์ไปแล้วทีหลังแทนน่ะ เวอร์ชั่นเก่าเเอบวายกว่านี้อีก
ps.2ในที่สุดexteenก็กลับมาซะที^^;