.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
. .
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
...ก่่อนอื่นต้องสารภาพเลยว่านี่เป็นฟิกCFแบบกึ่งAU ที่เขียนสนองความบ้าของเราจริงๆ
เขียนฟิคยังไม่ค่อยจะเข้าขั้นแต่ดันอยากลองเขียนเรื่องแบบนี้ซะได้ ตัวละครที่ใช้ในฟิกนี้ได้ขออนุญาตจากเจ้าของตัวละครแล้วค่ะ
****************
- Mind Game -
...เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องที่ถูกแสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามา
ผู้เคาะก็ถือวิสาสะเข้ามาโดยที่เจ้าของห้องไม่ทันจะได้เอ่ยอนุญาตใดๆ
......“ นั่นมันอะไร ” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะพลางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นผู้มาเยือน
......“ มัฟฟินค่ะ ” เด็กสาวตอบเสียงเรียบ ถาดที่ถือมีจานใส่ขนมมัฟฟินสองสามชิ้นพร้อมทั้งชุดน้ำชายามบ่าย
......“ ไม่ใช่อย่างนั้น
......หมายถึงชุดที่เธอใส่อยู่ต่างหาก ”
ยามปกติเขามักจะเห็นเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าใส่ชุดลำลองแต่ตอนนี้เธอสวมชุดสาวใช้สีดำยาวคลุมเข่าตัดกับสีขาวของเฮดเดรส
ผ้ากันเปื้อนและถุงน่อง ผมทองยาวรวบไว้ในเน็ตคลุมผมสีดำ
เด็กสาวก้มดูชุดที่ตนสวมอยู่ก่อนบอกเหตุผล “
พอเห็นว่าฉันจะมาที่นี่มาสเตอร์เลยบอกให้ฉันใส่ชุดนี้ค่ะ ”
สีหน้าของหล่อนยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง
อันที่จริงนอกจากจะบอกให้ใส่ชุดเช่นนี้แล้วมาสเตอร์ยังเป็นคนที่บอกให้หล่อนเอาขนมที่เธอทำขึ้นมาให้คนบนห้องเสียด้วยซ้ำ
...เจ้าของห้องเหลือบมองเข็มยาวของนาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องชี้บอกเวลาเลยบ่ายสามโมงไปเล็กน้อยก่อนปรายตากลับมามองร่างบางที่ย่อตัวลงข้างๆโต๊ะ
ชุดสาวใช้สีดำยาวดูเคร่งขรึมแต่ยังมีลูกเล่นที่ช่วงอกเป็นผ้าจีบสีขาวเข้ากับผู้สวมใส่อยู่ไม่น้อย
" ถ้ากะโปรงสั้นขึ้นกว่านี้อีกนิดก็ดีนะ "
เขาแซวสาวใช้จำเป็นที่กำลังวางจานขนมลงบนที่ว่างบนโต๊ะหวังให้หล่อนแสดงที่ท่าโมโหออกมาบ้างซักนิดแต่เด็กสาวหาได้สนใจคำพูดของเขา
“ น้ำชาจะรับเป็น แบล็คเรเวนรึว่าพีช เมลบาดีคะ ? ”
พลางยกกระป๋องใส่ใบชาสองกล่องขึ้นถามชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมา “
ไม่รับมุกเลยแฮะ ” ก่อนโบกมือ “ แล้วแต่เธอจะเลือกก็แล้วกัน ”
เด็กสาวจึงมองดูกระป๋องชาทั้งสองใบอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนเลือกกระป๋องชาสีชมพูลูกพีช
“ ถ้าอย่างนั้นรับเป็นพีช เมลบานะคะ ”
สาวใช้จัดแจงรินน้ำร้อนในกาลงในถ้วยชากระเบื้องอย่างคล่องแคล่ว
ไอน้ำจางๆและกลิ่นหอมหวานโชยออกมาทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
...แม้ดูเผินๆจะดูนอบน้อมยอมรับฟังคำสั่งของเขาแต่โดยดีแต่ในความเป็นจริงแล้วเด็กสาวตรงหน้ามักจะมีแววต่อต้านสะท้อนอยู่ในดวงตาอยู่เสมอ
ยิ่งท่าทีเย็นชาเมินเฉยที่มีต่อเขาต่างจากคนอื่นๆแล้วก็รู้ดีว่าแม่นกน้อยที่อยู่เบื้องหน้าแค่ทำตามหน้าที่ตามที่ได้ตกลงเอาไว้ไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ
ถ้าไม่จำเป็นก็แทบจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเสียด้วยซ้ำ
พันธะที่ทำให้แม่นกน้อยยังคงอยู่ในกรงนี้มีเพียงข้อแลกเปลี่ยนข้อเดียวเท่านั้น
...ร่างสูงขยับมุมปากขึ้นเล็กน้อยความคิดบางอย่างผุดข้ามาในหัวก่อนสั่ง
“ นั่งลงตรงนี้สิ ” ชายหนุ่มเขยื้อนตัวแล้วตบเบาะที่นั่งข้างตัว
สาวใช้สบตาเขาอย่างชั่งใจแล้วทำตามคำสั่งแต่โดยดี
ไม่ทันทีเด็กสาวจะได้เอ่ยอะไรร่างสูงก็โน้มตัวยันแขนกับพนักโซฟาคร่อมร่างเล็กเอาไว้
......“ จะทำอะไรรึคะ ? ”
เด็กสาวมองหน้าชายหนุ่มโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า
ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งนั้นกำลังประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่
จะว่าไปแล้วเขาเองเริ่มรู้นิสัยข้อนี้จากการที่ได้นั่งรถม้าร่วมทางกับเด็กคนนี้
เพราะต้องพบกับสงครามเย็นแบบนี้กันเกือบจะตลอดทางจะเว้นก็แต่ช่วงที่เจ้าหล่อนตัดบทว่าง่วงแล้วนั่งหลับไปซะดื้อๆนั่นเอง
......“
เธอเองก็น่าจะเดาได้ไม่ใช่เหรอว่าฉันตั้งใจจะทำอะไร ” ร่างสูงเหยียดยิ้ม “
แล้วเธอก็เคยพูดเองว่าหากฉันรับรองความปลอดภัยให้แก่คนของเธอแล้ว
เธอจะทำตามความต้องการของฉันไม่ใช่หรือ ? ”
แม้อาจจะหยอกรุนแรงไปบ้างแต่การเฝ้าดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็น่าสนุกไม่น้อยทีเดียว
...เด็กสาวนิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบ “
...หากคุณยังคงรักษาสัญญาข้อนั้นไว้ล่ะก็มันก็จะเป็นเช่นนั้นค่ะ ”
ได้ยินดังนั้นผู้ทวงสัญญาคลี่ยิ้มแล้วโน้มตัวเข้าหาร่างบางที่นั่งนิ่งราวกับตุ๊กตาที่ยอมให้เจ้าของจัดการอย่างไรก็ได้
ชายหนุ่มย่อตัวลงมือข้างหนึ่งจับที่ต้นแขนร่างที่อยู่เบื้องล่างส่วนมืออีกข้างเลิกชายกระโปรงสีดำขึ้นพาดบนตักเผยให้เห็นผิวเนียนของผู้สวมก่อนสืบมือเข้าไปในร่มผ้า
แม้สีหน้าจะไม่เปลี่ยนไปแต่ดวงตาคู่นั้นเริ่มฉายแววตระหนกระคนกังวลออกมา
ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะไม่ลงมือจริงกลับไม่เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้หากแต่เด็กสาวยังเก็บอาการไม่ให้อีกฝ่ายจับได้
เมื่อเห็นของเล่นไม่ตอบสนองชายหนุ่มจึงลงมือกลั่นแกล้งต่อด้วยการวางมือไปบนโคนขาของตุ๊กตาตัวใหม่แล้วลูบไล้เบาๆ
ทันทีที่ถูกสัมผัสร่างบางก็สะดุ้งการอดกลั้นไม่ให้แสดงความรู้สึกออกมายิ่งทำได้ยากขึ้นทุกที
พอเห็นใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อจากการถูกคุกคามเขาไม่แปลกใจที่แม่หนูน้อยไม่คุ้นเคยกับสัมผัสในแบบที่ผู้ชายทำกับผู้หญิง
แค่ดูคนที่ตามหล่อนมาด้วยทั้งสองคนก็พอจะดูออกแล้วคนหนึ่งเป็นน้องสาวที่หวงคู่แฝดแจขนาดยอมมาทำงานให้เขาด้วย
ส่วนอีกหนึ่งจะเรียกว่าสุภาพบุรุษรึว่าไก่อ่อนดีล่ะ
จากที่เห็นท่าทางของเจ้าหนุ่มผมแดงคนนั้นกับแม่นกน้อยที่หน้าถอดสีก็น่าจะอยู่ในขั้นคบหาดูใจกันแล้วแท้ๆแต่แทบไม่แตะเนื้อต้องตัวสาวเจ้าเลย
...ฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าชักลังเลว่าจะเล่นเกมนี้ต่อดีหรือไม่
เดิมทีเขาตั้งใจแค่จะแกล้งพอเป็นพิธีแต่เด็กสาวกลับไม่แสดงท่าทีขัดขืน
หากลงมือต่อก็คงจะล่วงเกินมากเกินไปแต่จะหยุดมือกลางคันก็เสียดายโอกาสดีๆแบบนี้เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วชายหนุ่มตัดสินใจรุกต่อ
ชายหนุ่มผมเงินประทับริมฝีปากลงที่ต้นคอขาว
มือที่เคยจับต้นแขนเปลี่ยนตำแหน่งเป็นโอบหลังตุ๊กตาตัวงามพลางควานหาซิปที่ซ่อนอยู่หมายเลื่อนลง
ใบหน้าคมสันไซร้ไปตามซอกคอเส้นผมสีเงินที่ปรกหน้าเคล้าเรี่ยกับปอยผมสีทองไปตามพวงแก้มแดงเรื่อ
ต่อให้มองไม่เห็นสีหน้าแต่ก็พอจะเดาได้ไม่ยากนักเพราะร่างในวงแขนเขานั้นเกร็งอย่างเห็นได้ชัด
หากแต่เกมยังคงดำเนินต่อร่างสูงใช้มือขวาปลดชุดสาวใช้ออกเล็กน้อยพอให้เห็นเนินอกและชุดชั้นในลูกไม้อย่างดี
ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับเป็นจี้เงินรูปขลุ่ยขนาดเล็กที่เด็กสาวห้อยอยู่
ชายหนุ่มจึงผละตัวออกมาแล้วยื่นมือขึ้นจับจี้โลหะด้วยความสนใจ
......“ ...อย่า...แตะต้อง ”
น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก
ดวงหน้าแดงก่ำไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเพราะความโกรธ
ความอายหรือทั้งสองอย่างกันแน่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา
มือเล็กๆที่เคยอยู่ข้างตัวอย่างสงบนิ่งถูกยกมาปัดป้องแล้วกุมจี้เงินไว้อย่างหวงแหน
ร่างสูงมองเด็กสาวอย่างงุนงงทั้งๆทีตัวเองโดนลวนลามไปขนาดนั้นยังไม่ขัดขืนแต่กลับปกป้องจี้โลหะที่ดูไม่มีราคาค่างวดราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
เขานั่งมองเด็กสาวที่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นอยู่ซักพักก็ตัดสินใจทำลายความเงียบลง
......“ จี้นั่น.....ได้มาจากคนรักอย่างนั้นหรือ ? ” ร่างบางยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบ ชายหนุ่มจึงถือว่านั่นเป็นการยอมรับแล้วถอนหายใจออกมา
“ ผู้ชายน่ะไม่ชอบให้ผู้หญิงมาออกหน้าปกป้องหรอกนะ ” ร่างสูงเว้นช่วง “
....โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ตัวเองชอบพอด้วยล่ะก็
เขายิ่งไม่ต้องการให้เธอมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้หรอก ”
ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินไปยังหน้าต่างมองออกไปข้างนอกปล่อยให้ความรู้สึกพลุ่งพล่านที่กำลังก่อตัวค่อยๆสลายไปกับอากาศธาตุ
เด็กสาวฉวยโอกาสจัดเครื่องแต่งกายให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่ฝ่ายชายจะหันกลับมา
ระหว่างนั้นเขาอธิบายเกี่ยวกับวิธีคิดของผู้ชายให้สาวน้อยฟังโดยไม่หันไปมองคู่สนทนา
ถึงจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับตุ๊กตาตัวนี้มากนักแต่เท่าที่ดูแล้วเด็กคนนี้หัวไว
ทันคนแต่ในทางกลับกันเขารู้สึกว่าเด็กสาวซื่อกับเรื่องบางเรื่องมากเกินไปจนน่าเป็นห่วง
อย่างเรื่องเมื่อครู่ก็เช่นกันถึงครึ่งหนึ่งอาจจะเป็นการวัดใจเขาก็ตามแต่การยอมให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาลูบคลำง่ายๆแบบนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเด็กสาวอย่างแน่นอน
......“ แล้วก็นะวันหลังอย่าทำแบบนี้อีก
ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะมีสามัญสำนึกที่จะหยุดเมื่อฝ่ายหญิงไม่ยินยอมเสียหน่อย
” ชายหนุ่มนั่งลงจิบชาที่เย็นชืดหลังจากจบการบรรยายร่วมสิบนาทีลง “
ส่วนมากจ้องแต่จะฉวยโอกาสด้วยซ้ำ.... ”
ไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยคเสียงใสก็แทรกขึ้น “
อย่างที่ท่านทำเมื่อครู่รึคะ ? ” ทำเอาชายหนุ่มสำลักน้ำชา “
อ่า...มันก็ใช่ล่ะนะ ” โดนซะแล้วมั้ยล่ะชายหนุ่มนึกพลางเอามือลูบผม
ดูเหมือนว่าสาวใช้จำเป็นจะลดความระแวงในตัวเขาไปมากโขเพราะเขาเห็นเด็กสาวแอบหัวเราะคิกคัก
“ จะรับน้ำชาเพิ่มไหมคะ ? ”
สาวน้อยชุดดำเคลื่อนตัวไปหยิบกาน้ำร้อนบนโต๊ะถามผู้สูงศักดิ์ที่กำลังทานขนมแก้เขิน
ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ยื่นถ้วยชาที่ว่างเปล่าให้แทน
สาวใช้รับถ้วยมาแล้วเริ่มชงชาอีกรอบ
......“ ไอ้นี่อร่อยดีนะ
วันหลังลองทำอย่างอื่นมาให้ลองชิมบ้างจะได้รึเปล่า ? ”
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อทานขนมมัฟฟินหมดจาน
สาวใช้ไม่ตอบแต่เก็บกวาดโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วออกจากห้อง
ทว่าก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงเด็กสาวหันกลับมามองเจ้าของห้องแล้วทิ้งท้าย
...ถึงจะแค่ชั่วคราวแต่อย่างน้อยเด็กสาวจะเป็นนกน้อยอยู่ในกรงทองของเขาต่อไปด้วยความภักดี จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาจะมอบอิสระกลับคืนสู่นกน้อยตัวนี้เอง
*****************
ขอบคุณป๋าแยมที่ช่วยเกลาภาษา+ติววิชาว่าด้วยการลวนลามของบุรุษเพศมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ
อ่านจบแล้วอย่าถามว่าคู่ไหนแต่คิดว่าน่าจะพอเดาๆกันออกอยู่แล้วเนอะ ส่วนรูปประกอบถ้ามีไฟค่อยวาด
ปล. คิดว่าเอ็นทรี่นี้คงมีอายุไม่เกินสัปดาห์นะ
ปล.2 ตอนแรกกะว่าจะเห็นเป็นมุมมองบุคคลที่สามแท้ๆ ไปๆมาๆก็กลับมามุมมองที่หนึ่ง แถมยังเป็นมุมมองจากฝ่าูยชายอีก ดีที่ได้ป๋าช่วยแก้ความคิดบางส่วนให้ขอบคุณนะคะ