Mind game

posted on 08 Aug 2008 18:54 by mana  in fiction

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

. .

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

...ก่่อนอื่นต้องสารภาพเลยว่านี่เป็นฟิกCFแบบกึ่งAU ที่เขียนสนองความบ้าของเราจริงๆ เขียนฟิคยังไม่ค่อยจะเข้าขั้นแต่ดันอยากลองเขียนเรื่องแบบนี้ซะได้ ตัวละครที่ใช้ในฟิกนี้ได้ขออนุญาตจากเจ้าของตัวละครแล้วค่ะ

****************

- Mind Game -

...เสียงเคาะประตูดังขึ้นทำลายความเงียบภายในห้องที่ถูกแสงแดดยามบ่ายสาดส่องเข้ามา ผู้เคาะก็ถือวิสาสะเข้ามาโดยที่เจ้าของห้องไม่ทันจะได้เอ่ยอนุญาตใดๆ

......“ นั่นมันอะไร ” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารบนโต๊ะพลางเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นผู้มาเยือน

......“ มัฟฟินค่ะ ” เด็กสาวตอบเสียงเรียบ ถาดที่ถือมีจานใส่ขนมมัฟฟินสองสามชิ้นพร้อมทั้งชุดน้ำชายามบ่าย

......“ ไม่ใช่อย่างนั้น ......หมายถึงชุดที่เธอใส่อยู่ต่างหาก ” ยามปกติเขามักจะเห็นเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าใส่ชุดลำลองแต่ตอนนี้เธอสวมชุดสาวใช้สีดำยาวคลุมเข่าตัดกับสีขาวของเฮดเดรส ผ้ากันเปื้อนและถุงน่อง ผมทองยาวรวบไว้ในเน็ตคลุมผมสีดำ เด็กสาวก้มดูชุดที่ตนสวมอยู่ก่อนบอกเหตุผล “ พอเห็นว่าฉันจะมาที่นี่มาสเตอร์เลยบอกให้ฉันใส่ชุดนี้ค่ะ ” สีหน้าของหล่อนยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง อันที่จริงนอกจากจะบอกให้ใส่ชุดเช่นนี้แล้วมาสเตอร์ยังเป็นคนที่บอกให้หล่อนเอาขนมที่เธอทำขึ้นมาให้คนบนห้องเสียด้วยซ้ำ

...เจ้าของห้องเหลือบมองเข็มยาวของนาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องชี้บอกเวลาเลยบ่ายสามโมงไปเล็กน้อยก่อนปรายตากลับมามองร่างบางที่ย่อตัวลงข้างๆโต๊ะ ชุดสาวใช้สีดำยาวดูเคร่งขรึมแต่ยังมีลูกเล่นที่ช่วงอกเป็นผ้าจีบสีขาวเข้ากับผู้สวมใส่อยู่ไม่น้อย " ถ้ากะโปรงสั้นขึ้นกว่านี้อีกนิดก็ดีนะ " เขาแซวสาวใช้จำเป็นที่กำลังวางจานขนมลงบนที่ว่างบนโต๊ะหวังให้หล่อนแสดงที่ท่าโมโหออกมาบ้างซักนิดแต่เด็กสาวหาได้สนใจคำพูดของเขา “ น้ำชาจะรับเป็น แบล็คเรเวนรึว่าพีช เมลบาดีคะ ? ” พลางยกกระป๋องใส่ใบชาสองกล่องขึ้นถามชายหนุ่มจึงถอนหายใจออกมา “ ไม่รับมุกเลยแฮะ ” ก่อนโบกมือ “ แล้วแต่เธอจะเลือกก็แล้วกัน ” เด็กสาวจึงมองดูกระป๋องชาทั้งสองใบอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนเลือกกระป๋องชาสีชมพูลูกพีช “ ถ้าอย่างนั้นรับเป็นพีช เมลบานะคะ ” สาวใช้จัดแจงรินน้ำร้อนในกาลงในถ้วยชากระเบื้องอย่างคล่องแคล่ว ไอน้ำจางๆและกลิ่นหอมหวานโชยออกมาทำให้รู้สึกดีไม่น้อย

...แม้ดูเผินๆจะดูนอบน้อมยอมรับฟังคำสั่งของเขาแต่โดยดีแต่ในความเป็นจริงแล้วเด็กสาวตรงหน้ามักจะมีแววต่อต้านสะท้อนอยู่ในดวงตาอยู่เสมอ ยิ่งท่าทีเย็นชาเมินเฉยที่มีต่อเขาต่างจากคนอื่นๆแล้วก็รู้ดีว่าแม่นกน้อยที่อยู่เบื้องหน้าแค่ทำตามหน้าที่ตามที่ได้ตกลงเอาไว้ไม่ต่างไปจากคนอื่นๆ ถ้าไม่จำเป็นก็แทบจะไม่โผล่หน้ามาให้เห็นเสียด้วยซ้ำ พันธะที่ทำให้แม่นกน้อยยังคงอยู่ในกรงนี้มีเพียงข้อแลกเปลี่ยนข้อเดียวเท่านั้น

...ร่างสูงขยับมุมปากขึ้นเล็กน้อยความคิดบางอย่างผุดข้ามาในหัวก่อนสั่ง “ นั่งลงตรงนี้สิ ” ชายหนุ่มเขยื้อนตัวแล้วตบเบาะที่นั่งข้างตัว สาวใช้สบตาเขาอย่างชั่งใจแล้วทำตามคำสั่งแต่โดยดี ไม่ทันทีเด็กสาวจะได้เอ่ยอะไรร่างสูงก็โน้มตัวยันแขนกับพนักโซฟาคร่อมร่างเล็กเอาไว้

......
“ จะทำอะไรรึคะ ? ” เด็กสาวมองหน้าชายหนุ่มโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า ภายใต้ท่าทีสงบนิ่งนั้นกำลังประเมินฝ่ายตรงข้ามอยู่ จะว่าไปแล้วเขาเองเริ่มรู้นิสัยข้อนี้จากการที่ได้นั่งรถม้าร่วมทางกับเด็กคนนี้ เพราะต้องพบกับสงครามเย็นแบบนี้กันเกือบจะตลอดทางจะเว้นก็แต่ช่วงที่เจ้าหล่อนตัดบทว่าง่วงแล้วนั่งหลับไปซะดื้อๆนั่นเอง
......“ เธอเองก็น่าจะเดาได้ไม่ใช่เหรอว่าฉันตั้งใจจะทำอะไร ” ร่างสูงเหยียดยิ้ม “ แล้วเธอก็เคยพูดเองว่าหากฉันรับรองความปลอดภัยให้แก่คนของเธอแล้ว เธอจะทำตามความต้องการของฉันไม่ใช่หรือ ? ” แม้อาจจะหยอกรุนแรงไปบ้างแต่การเฝ้าดูปฏิกิริยาของอีกฝ่ายก็น่าสนุกไม่น้อยทีเดียว

...เด็กสาวนิ่งไปพักหนึ่งก่อนตอบ “ ...หากคุณยังคงรักษาสัญญาข้อนั้นไว้ล่ะก็มันก็จะเป็นเช่นนั้นค่ะ ” ได้ยินดังนั้นผู้ทวงสัญญาคลี่ยิ้มแล้วโน้มตัวเข้าหาร่างบางที่นั่งนิ่งราวกับตุ๊กตาที่ยอมให้เจ้าของจัดการอย่างไรก็ได้ ชายหนุ่มย่อตัวลงมือข้างหนึ่งจับที่ต้นแขนร่างที่อยู่เบื้องล่างส่วนมืออีกข้างเลิกชายกระโปรงสีดำขึ้นพาดบนตักเผยให้เห็นผิวเนียนของผู้สวมก่อนสืบมือเข้าไปในร่มผ้า แม้สีหน้าจะไม่เปลี่ยนไปแต่ดวงตาคู่นั้นเริ่มฉายแววตระหนกระคนกังวลออกมา ความคิดที่ว่าอีกฝ่ายจะไม่ลงมือจริงกลับไม่เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์เอาไว้หากแต่เด็กสาวยังเก็บอาการไม่ให้อีกฝ่ายจับได้ เมื่อเห็นของเล่นไม่ตอบสนองชายหนุ่มจึงลงมือกลั่นแกล้งต่อด้วยการวางมือไปบนโคนขาของตุ๊กตาตัวใหม่แล้วลูบไล้เบาๆ ทันทีที่ถูกสัมผัสร่างบางก็สะดุ้งการอดกลั้นไม่ให้แสดงความรู้สึกออกมายิ่งทำได้ยากขึ้นทุกที พอเห็นใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อจากการถูกคุกคามเขาไม่แปลกใจที่แม่หนูน้อยไม่คุ้นเคยกับสัมผัสในแบบที่ผู้ชายทำกับผู้หญิง แค่ดูคนที่ตามหล่อนมาด้วยทั้งสองคนก็พอจะดูออกแล้วคนหนึ่งเป็นน้องสาวที่หวงคู่แฝดแจขนาดยอมมาทำงานให้เขาด้วย ส่วนอีกหนึ่งจะเรียกว่าสุภาพบุรุษรึว่าไก่อ่อนดีล่ะ จากที่เห็นท่าทางของเจ้าหนุ่มผมแดงคนนั้นกับแม่นกน้อยที่หน้าถอดสีก็น่าจะอยู่ในขั้นคบหาดูใจกันแล้วแท้ๆแต่แทบไม่แตะเนื้อต้องตัวสาวเจ้าเลย

...ฝ่ายที่ถือไพ่เหนือกว่าชักลังเลว่าจะเล่นเกมนี้ต่อดีหรือไม่ เดิมทีเขาตั้งใจแค่จะแกล้งพอเป็นพิธีแต่เด็กสาวกลับไม่แสดงท่าทีขัดขืน หากลงมือต่อก็คงจะล่วงเกินมากเกินไปแต่จะหยุดมือกลางคันก็เสียดายโอกาสดีๆแบบนี้เมื่อชั่งน้ำหนักดูแล้วชายหนุ่มตัดสินใจรุกต่อ ชายหนุ่มผมเงินประทับริมฝีปากลงที่ต้นคอขาว มือที่เคยจับต้นแขนเปลี่ยนตำแหน่งเป็นโอบหลังตุ๊กตาตัวงามพลางควานหาซิปที่ซ่อนอยู่หมายเลื่อนลง ใบหน้าคมสันไซร้ไปตามซอกคอเส้นผมสีเงินที่ปรกหน้าเคล้าเรี่ยกับปอยผมสีทองไปตามพวงแก้มแดงเรื่อ ต่อให้มองไม่เห็นสีหน้าแต่ก็พอจะเดาได้ไม่ยากนักเพราะร่างในวงแขนเขานั้นเกร็งอย่างเห็นได้ชัด หากแต่เกมยังคงดำเนินต่อร่างสูงใช้มือขวาปลดชุดสาวใช้ออกเล็กน้อยพอให้เห็นเนินอกและชุดชั้นในลูกไม้อย่างดี ทว่าสิ่งที่สะดุดตากลับเป็นจี้เงินรูปขลุ่ยขนาดเล็กที่เด็กสาวห้อยอยู่ ชายหนุ่มจึงผละตัวออกมาแล้วยื่นมือขึ้นจับจี้โลหะด้วยความสนใจ

......“ ...อย่า...แตะต้อง ” น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก ดวงหน้าแดงก่ำไม่อาจบอกได้ว่าเป็นเพราะความโกรธ ความอายหรือทั้งสองอย่างกันแน่ทำท่าเหมือนจะร้องไห้ออกมา มือเล็กๆที่เคยอยู่ข้างตัวอย่างสงบนิ่งถูกยกมาปัดป้องแล้วกุมจี้เงินไว้อย่างหวงแหน ร่างสูงมองเด็กสาวอย่างงุนงงทั้งๆทีตัวเองโดนลวนลามไปขนาดนั้นยังไม่ขัดขืนแต่กลับปกป้องจี้โลหะที่ดูไม่มีราคาค่างวดราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า เขานั่งมองเด็กสาวที่นั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นอยู่ซักพักก็ตัดสินใจทำลายความเงียบลง

......“ จี้นั่น.....ได้มาจากคนรักอย่างนั้นหรือ ? ” ร่างบางยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบ ชายหนุ่มจึงถือว่านั่นเป็นการยอมรับแล้วถอนหายใจออกมา
“ ผู้ชายน่ะไม่ชอบให้ผู้หญิงมาออกหน้าปกป้องหรอกนะ ” ร่างสูงเว้นช่วง “ ....โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นคนที่ตัวเองชอบพอด้วยล่ะก็ เขายิ่งไม่ต้องการให้เธอมาทำอะไรบ้าๆแบบนี้หรอก ” ชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วเดินไปยังหน้าต่างมองออกไปข้างนอกปล่อยให้ความรู้สึกพลุ่งพล่านที่กำลังก่อตัวค่อยๆสลายไปกับอากาศธาตุ เด็กสาวฉวยโอกาสจัดเครื่องแต่งกายให้เข้าที่เข้าทางก่อนที่ฝ่ายชายจะหันกลับมา ระหว่างนั้นเขาอธิบายเกี่ยวกับวิธีคิดของผู้ชายให้สาวน้อยฟังโดยไม่หันไปมองคู่สนทนา ถึงจะไม่ค่อยได้พูดคุยกับตุ๊กตาตัวนี้มากนักแต่เท่าที่ดูแล้วเด็กคนนี้หัวไว ทันคนแต่ในทางกลับกันเขารู้สึกว่าเด็กสาวซื่อกับเรื่องบางเรื่องมากเกินไปจนน่าเป็นห่วง อย่างเรื่องเมื่อครู่ก็เช่นกันถึงครึ่งหนึ่งอาจจะเป็นการวัดใจเขาก็ตามแต่การยอมให้ผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้มาลูบคลำง่ายๆแบบนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเด็กสาวอย่างแน่นอน

......“ แล้วก็นะวันหลังอย่าทำแบบนี้อีก ใช่ว่าผู้ชายทุกคนจะมีสามัญสำนึกที่จะหยุดเมื่อฝ่ายหญิงไม่ยินยอมเสียหน่อย ” ชายหนุ่มนั่งลงจิบชาที่เย็นชืดหลังจากจบการบรรยายร่วมสิบนาทีลง “ ส่วนมากจ้องแต่จะฉวยโอกาสด้วยซ้ำ.... ” ไม่ทันที่เขาจะพูดจบประโยคเสียงใสก็แทรกขึ้น “ อย่างที่ท่านทำเมื่อครู่รึคะ ? ” ทำเอาชายหนุ่มสำลักน้ำชา “ อ่า...มันก็ใช่ล่ะนะ ” โดนซะแล้วมั้ยล่ะชายหนุ่มนึกพลางเอามือลูบผม ดูเหมือนว่าสาวใช้จำเป็นจะลดความระแวงในตัวเขาไปมากโขเพราะเขาเห็นเด็กสาวแอบหัวเราะคิกคัก “ จะรับน้ำชาเพิ่มไหมคะ ? ” สาวน้อยชุดดำเคลื่อนตัวไปหยิบกาน้ำร้อนบนโต๊ะถามผู้สูงศักดิ์ที่กำลังทานขนมแก้เขิน ชายหนุ่มไม่ตอบแต่ยื่นถ้วยชาที่ว่างเปล่าให้แทน สาวใช้รับถ้วยมาแล้วเริ่มชงชาอีกรอบ

......“ ไอ้นี่อร่อยดีนะ วันหลังลองทำอย่างอื่นมาให้ลองชิมบ้างจะได้รึเปล่า ? ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเมื่อทานขนมมัฟฟินหมดจาน สาวใช้ไม่ตอบแต่เก็บกวาดโต๊ะให้เรียบร้อยแล้วออกจากห้อง ทว่าก่อนที่ประตูห้องจะปิดลงเด็กสาวหันกลับมามองเจ้าของห้องแล้วทิ้งท้าย

“ ได้สิคะ นายท่าน ”

...ถึงจะแค่ชั่วคราวแต่อย่างน้อยเด็กสาวจะเป็นนกน้อยอยู่ในกรงทองของเขาต่อไปด้วยความภักดี จนกว่าจะถึงเวลาที่เขาจะมอบอิสระกลับคืนสู่นกน้อยตัวนี้เอง

*****************

ขอบคุณป๋าแยมที่ช่วยเกลาภาษา+ติววิชาว่าด้วยการลวนลามของบุรุษเพศมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

อ่านจบแล้วอย่าถามว่าคู่ไหนแต่คิดว่าน่าจะพอเดาๆกันออกอยู่แล้วเนอะ ส่วนรูปประกอบถ้ามีไฟค่อยวาด

ปล. คิดว่าเอ็นทรี่นี้คงมีอายุไม่เกินสัปดาห์นะ

ปล.2 ตอนแรกกะว่าจะเห็นเป็นมุมมองบุคคลที่สามแท้ๆ ไปๆมาๆก็กลับมามุมมองที่หนึ่ง แถมยังเป็นมุมมองจากฝ่าูยชายอีก ดีที่ได้ป๋าช่วยแก้ความคิดบางส่วนให้ขอบคุณนะคะ